Floor 1 Plan : แสดงรายละเอียดจากแผนผังชั้น 1

รายละเอียดแผนผังชั้นที่ 1 ประกอบด้วย โซน 1 : เนื้อหาเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า, โซน 2 : เนื้อหาเกี่ยวกับพระธรรม, โซน 3 : เนื้อหาเกี่ยวกับพระสงฆ์ เป็นต้น  Read more...

Floor 2 Plan : แสดงรายละเอียดจากแผนผังชั้น 2

รายละเอียดแผนผังชั้นที่ 2 ประกอบด้วย โซน 7 - โซน 12 : เช่น โซนประวัติสมเด็จพระสังฆราชฯ, โซนพระอัครสาวกของพระพุทธเจ้า และโซน 29 พระอรหันต์ เป็นต้น  Read more...

More info : แสดงรายละเอียดโซนพิเศษ

รายละเอียดโซนพิเศษ A, B, C, D, E, F เช่น โซน D เป็นโซนเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า 29 พระองค์ และพระพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า เป็นต้น  Read more...

Displaying items by tag: พุทธจริยวัตร

60. ปางปรินิพพาน

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บรรทมเหนือปรินิพพานปัญจถรณ์ (พระแท่นเป็นที่ปรินิพพาน) ใต้ต้นสาละทั้งคู่  ท่ามกลางภิกษุ- บริษัท ภิกษุณีบริษัท อุบาสกบริษัท และอุบาสิกาบริษัท (แม้พระ บาลีจะพูดถึงเฉพาะบริษัทแรก แต่ข้อเท็จจริงต้องมีบริษัททุกหมู่ เหล่าแน่นอน)

“หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมม สังขารา อัปปะ มาเทนะ สัมปาเทถะ = ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ เราขอเตือนเธอทั้งหลาย สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงยังประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน ให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด” หลังจากนั้นก็ไม่ ตรัสอะไรอีก ทรงเข้าปฐมฌาน ออกจากปฐมฌานแล้ว ทรงเข้าทุติยฌาน ออกจากทุติฌานแล้ว ทรงเข้าตติฌาน ออกจากตติฌานแล้ว ทั้งหมดนี้ไม่มีใครรู้ เรื่อง ถ้าไม่มีพระอนุรุทธะ ซึ่งเป็นพระเถระผู้ใหญ่ในมหาสันนิบาตนั้น เข้าฌานตามพระพุทธองค์ไป จึงรู้ว่าพระองค์ทรงดับสนิท ณ จุดใด พระอนุรุทธเถระ กล่าวว่า “พระพุทธเจ้าผู้ทรงมีพระทัยมั่นคง คงที่ ไม่หวั่นไหว ทรงหมดลมหายใจแล้ว พระมุนีเจ้าทรงทำกาละอย่างสงบแล้ว พระองค์มีพระทัยไม่หดหู่ ทรง ระงับทุกขเวทนาได้ ทรงดับสนิท ดุจเปลวประทีป”

Published in Zone 1

59. ปางโปรดสุภัททะปัจฉิมสาวก

สุภัททะ เป็นบุตรพราหมณ์มหาศาลในเมืองกุสินารา ตั้งใจว่าถ้า มีเวลาจะเข้าเฝ้าทูลถามปัญหาข้อข้องใจของตนที่มีมานาน ที่ยัง รีรออยู่ ก็เพราะคิดว่ายังมีเวลา แต่พอทราบว่าพระพุทธองค์จะ เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานแล้ว จึงรีบไปยังสาลวโนทยาน สถานที่ พระพุทธองค์ประทับก่อนปรินิพพาน

 พระพุทธองค์ทรงมีพระมหากรุณารับสั่งให้เขาเข้าเฝ้า สุภัททะ เข้าไปถวายบังคม แล้วกราบทูลถามว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญสมณะพราหมณ์ที่เป็นเจ้าคณะเป็นคณาจารย์ เป็นเจ้าลัทธิ มีชื่อเสียงจนเป็นอันมากยอมรับว่าเป็นคนดี คือปูรณกัสสปะ มักขิโคสาละ อชิตเกสกัมพล ปกุธ- กัจจายนะ สัญชัยเวลัฏฐบุตร และนิครนถ์นาฏบุตร ได้ตรัสรู้ตามปฏิญญาของตนๆ ทั้งหมด หรือว่าไม่ได้ตรัสรู้ หรือว่าบางพวกได้ตรัสรู้ บางพวกไม่ได้ตรัสรู้  พระพุทธวจนะที่ตรัสว่า “ถ้าภิกษุทั้งหลายพึงอยู่โดยชอบ โลกไม่พึงว่างจากพระอรหันต์” คำว่า “อยู่โดยชอบ” คือ ปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์แปด สรุปลง เป็นศีล สมาธิ ปัญญา หรือสรุปให้สั้นกว่านั้นคือ สมถะกับวิปัสสนา สุภัททะฟังพระธรรมเทศนาโดยย่อแล้ว ประกาศตนเป็นผู้เข้าถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ ตลอดชีวิต ทูลขอบวช เนื่องจากสุภัททะเป็นเดียรถีย์ คือนับถือศาสนาอื่นมาก่อน การจะบวชเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนาได้ ต้องผ่านการอยู่ “ปริวาส” (คือ อยู่ปฏิบัติทดสอบศรัทธา) เป็นเวลา ๔ เดือนก่อนจึงจะบวชได้ เป็นอันว่า พระสุภัททะได้เป็นพระสาวกรูปสุดท้าย (ปัจฉิมสาวก) ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

Published in Zone 1

58. ปางประทานมรดกธรรม

ปางนื้เป็นเรื่องที่ทรงประทานมรดกธรรมหรือพระพุทธวจนะ ตอนเกือบท้ายสุด ก่อนเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน พระพุทธองค์ ทรงประทานคำสอนอันเป็นประดุจมรดกธรรม ให้เหล่าสาวกสืบ ทอดต่อๆ กันไปไว้หลายเรื่องด้วยกัน อาทิ

๑. เกี่ยวกับอนาคตพระพุทธศาสนา พระองค์ตรัสประทาน หลักการกว้างๆ ไว้ว่า “อานนท์ ต่อไปภายหน้า ถ้าสงฆ์ประสงค์ จะพึงถอนสิกขาบทเล็กน้อยบ้าง ก็ได้”๒. เรื่องมหาปเทส (ข้ออ้างใหญ่) ๔ ประการ พระพุทธองค์จึงทรงประทานหลักสำหรับตรวจสอบเทียบเคียง อันเรียกว่า “มหาปเทส” มี ๔ ประการคือ (๑) หากภิกษุกล่าวว่า ข้าพเจ้าได้สดับตรับฟังมาเฉพาะพระ- พักตร์ของพระผู้มีพระภาคว่า นี้เป็นธรรม นี้เป็นวินัย นี้เป็นสัตถุสาสน์  (๒) หากมีภิกษุกล่าวว่า ในอาวาสชื่อโน้น มีสงฆ์อยู่พร้อมด้วยพระเถระ พร้อม ด้วยปาติโมกข์ ข้าพเจ้าได้สดับตรับฟังมาเฉพาะหน้าสงฆ์ ว่านี้เป็นธรรม นี้เป็นวินัย นี้เป็นสัตถุสาสน์  (๓) หากมีภิกษุกล่าวว่า ในอาวาสชื่อโน้น มีภิกษุผู้ เป็นเถระจำนวนมาก เป็นพหูสูตร ถึงอาคม หากมีภิกษุกล่าวว่า ในอาวาสชื่อโน้น มีภิกษุผู้เป็น เถระรูปหนึ่งเป็นพหูสูตร ถึงอาคม ทรงธรรม ทรงวินัย ทรง มาติกา ข้าพเจ้าสดับตรับฟังมาเฉพาะหน้าพระเถระรูปนั้นว่า นี้เป็นธรรม นี้เป็นวินัย นี้เป็นสัตถุสาสน์

Published in Zone 1

57. ปางเสวยสูกรมัททวะ

หลังจากทรงปลงอายูสังขารที่ปาวาลเจดีย์แล้ว พระพุทธองค์ก็ เสด็จไปตามลำดับ จุดหมายปลายทางคือเมืองกุสินารา ทรงรับ ภัตตาหารที่นางอัมพปาลีถวาย แล้วเสด็จต่อไปตามลำดับ เข้า เขตเมืองปาวา ทรงรับนิมนต์เพื่อเสวยพระกระยาหาร ที่บ้าน นายจุนทะกัมมารบุตร ในวันรุ่งขึ้น เมื่อพระพุทธองค์ทรงรับ นิมนต์แล้ว นายจุนทะจึงไปตระเตรียมขาทนียะอย่างพอเพียง โภชนียะอย่างพอเพียง และ “สูกรมัททวะ” อย่างพอเพียง เมื่อ รุ่งเช้าขึ้นมา พระพุทธองค์เสด็จไปยังบ้านของนายจุนทะ พร้อมภิกษุสงฆ์จำนวนมาก นายจุนทะน้อมถวายขาทนียะ และโภชนียะแก่ภิกษุสงฆ์ ส่วน “สูกรมัททวะ” นายจุนทะได้น้อมถวายแด่พระพุทธองค์เท่านั้น หลังจาก เสวย “สูกรมัททวะ” แล้วไม่นานพระอาการประชวรด้วยโรคปักขันทิกาพาธก็กำเริบ แต่พระองค์ก็ทรงระงับทุกขเวทนาได้ด้วยพลังสมาธิ พึงสังเกตพุทธ- วจนะ ที่ตรัสสรรเสริญบิณฑบาตสองครั้งมีผลมากเท่ากัน คือ บิณฑบาตที่นางสุชาดาถวายก่อนตรัสรู้ กับบิณฑบาตที่นายจุนทะถวายก่อนปรินิพพาน

Published in Zone 1

56. ปางปลงอายุสังขาร

ตามความในพระไตรปิฏกและอรรถกถา พระพุทธเจ้าพรรษาสุดท้ายแล้ว  ก็เสด็จนิวัติไปยังพระนคร สาวัตถีอีกครั้ง เพื่อรอรับพระสารีบุตร อัครสาวกไปทูลลานิพพาน จากนั้นก็เสด็จไปยังพระนครราชคฤห์ อีก เพราะเกิดเหตุการณ์พระโมคคัลลนะนิพพานพอดี จากนั้นจึงเสด็จกลับมายังเมืองไพศาลอีกครั้ง

การ “ปลงอายุสังขาร” ก็คือตัดสินพระทัยว่าจะปรินิพพานในอีก ๓ เดือนข้างหน้า ขณะนั้นเกิดแผ่นดิน สะเทือนสะท้านหวั่นไหว พระอานนท์อยู่ในที่ไม่ไกล เห็นปรากฏการณ์นั้นแล้วตกใจ เข้าไปเฝ้าพระพุทธ- องค์ ทำนองทูลถามว่าเกิดอะไรขึ้น พระพุทธองค์ตรัสว่า “สายเสียแล้ว อานนท์ เราได้กระทำ “นิมิต- โอภาส” ทำนองบอกไปให้เธอตั้ง ๑๖ ครั้ง คือ ที่เมืองราชคฤห์ ๑๐ ครั้ง ที่เมืองไพศาลี ๖ ครั้ง ครั้งที่ ๑๖ ก็เพิ่งทำเมื่อตะกี้นี้เอง เธอก็มิได้รับรู้และเชิญเราอยู่ต่อ บัดนี้เราตถาคตรับคำเชิญของมารแล้ว”

บัดนี้บริษัททั้งสี่มีคุณสมบัตินั้นครบถ้วน มารได้มาเชิญเราปรินิพพาน เราได้รับคำเชิญของมารแล้ว ต่อ จากนี้ไปอีก ๓ เดือนข้างหน้า เราตถาคตจะปรินิพพาน

Published in Zone 1

55. ปางทรงพิจารณาชราธรรม

ในช่วงท้ายพระชนมายุ พระพุทธองค์ทรงมีพระกำลังถดถอย แถม ทรงประชวรด้วยโรคปักขันทิกาพาธ(ถ่ายเป็นเลือด)ซึ่งเป็นโรค ประจำพระวรกาย ผมเข้าใจเอาว่า เป็นผลจากการทรงบำเพ็ญตบะ เคร่งครัดต่างๆ ตลอดถึงการทรงอดพระกระยาหาร (ทุกรกิริยา) ทำ ให้ระบบลำไส้รวนเร ไม่คงคืนปกติเหมือนเดิม

พระอานนท์เห็นพระวรกายของพระพุทธองค์อ่อนแอ ก็ใจหาย แต่ก็ ชื้นใจอยู่นิดว่า พระผู้มีพระภาคคงจักไม่เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน  จน กว่าจะได้ตรัสรู้สั่งความสำคัญ บางอย่างแก่พระสงฆ์ก่อน จึงเข้าไป กราบทูลพระพุทธองค์ตามนั้น พระพุทธองค์ตรัสกับพระอานนท์ว่า “อานนท์ พระสงฆ์จะมาหวังอะไรจากเราตถาคต ตถาคตก็ได้สอน ธรรมทุกอย่าง อานนท์ เกวียนเก่าที่เขาซ่อมแซมด้วยไม้ไผ่ จะไปได้ ไม่นาน ฉันใด ร่างกายของตถาคตก็ฉันนั้น ยังพอเป็นได้ คล้ายกับ เกวียนเก่าซ่อมแซมด้วยไม้ไผ่…..”

 ทรงเตือนให้ภิกษุสงฆ์พึ่งตนเอง โดยยึดธรรมเป็นเกาะ เป็นที่พึ่ง แล้ว เสด็จมุ่งตรงไปยังกุสินารา เพื่อปรินิพพาน ทรงปลงอายุสังขาร ที่ ปาวาลเจดีย์ แล้วเสด็จไปยังกูฏาคาร ป่ามหาวัน รับสั่งให้เรียกภิกษุ ทุกรูปที่อยู่ในบริเวณใกล้ๆ มาเฝ้า ทรงแสดงอภิญญา- เทสิตธรรม = ธรรมที่ทรงแสดงเพื่อความรู้ยิ่งคือ สติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ มรรค ๘ เพื่อให้เป็นหลักปฏิบัติของ ภิกษุสงฆ์

Published in Zone 1

54. ปางโปรดสุภมาณพ

มาณพหนุ่มคนนี้เป็นบุตรเศรษฐี พ่อสุภ- มาณพเป็นคนขี้เหนียว ฝังทรัพย์ไว้ในดิน ไม่บอกให้ใครรู้จำนวนหนึ่ง เมื่อถึงแก่ กรรมลงไป สุภมาณพเป็นผู้สืบทอดมรดก ไม่รู้ว่าสมบัติมหาศาลส่วนหนึ่งพ่อฝังดิน แต่ที่เหลืออยู่ก็มหาศาล กินใช้ชั่วชีวิตไม่ หมด

 โตเทยยพราหมณ์ ไม่ได้ทำบุญทำทานแม้ แต่ครั้งเดียว เพราะกลัวทรัพย์จะหมดตายไปเกิดเป็นสุนัขในบ้านของตน เพราะห่วงขุมทรัพย์ที่ซ่อนไว้ เช้าวัน หนึ่ง พระพุทธเจ้าเสด็จออกบิณฑบาตในเมือง เสด็จผ่านไปยัง คฤหาสน์ของสุภมาณพ สุนัขเห่าพระพุทธเจ้า พระองค์จึงตรัสเรียก มันว่า “โตเทยยะ เมื่อก่อนแกไม่เห็นความสำคัญของเรา มาบัดนี้ ยัง จะมาเห่าเราอีก แกจะไปเกิดในอเวจีแล้ว”

 

เมื่อสุนัขตัวโปรดใกล้จะหลับ ก็กระซิบถามว่า “พ่อ พ่อเอาสมบัติไป ไว้ที่ไหน” ทันใดนั้นสุนัขตัวโปรดก็ลุกขึ้น ร้องและกระดิกหางด้วย ความดีใจว่า ลูกชายจำตนได้แล้ว จึงวิ่งลงไปหลังคฤหาสน์ เห่าพลาง เอาเท้าคุ้ยดิน

 

สุภมาณพสั่งให้ขุดตรงนี้ พบสมบัติที่หายไปตามที่พระพุทธองค์ตรัส บอกจริงๆ เขาจึงไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ทูลถามข้อข้องใจ ๑๔ ข้อ ได้รับ วิสัชนาจนหายสงสัย จึงประกาศตนถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งตลอด ชีวิต แต่บัดนั้นมา

Published in Zone 1
Wednesday, 30 January 2019 16:03

ปางที่ 53 : ปางชี้มาร

53. ปางชี้มาร

ก่อนอื่นขอเล่าความเป็นมาก่อน เรื่องมีอยู่ ว่า พระโคธิกะ สาวกของพระพุทธองค์ บำเพ็ญสมณธรรมอยู่ที่ถ้ำกาลสิลา ข้างเขา เวภารบรรพรตได้บรรลุมรรคผลระดับหนึ่ง แต่ก็เสื่อมเพราะโรคร้ายเรื้อรังรุมเร้า แม้จะ พยายามเจริญฌานให้เกิดขึ้นตั้ง ๖ ครั้ง ก็ เสื่อมจากฌานนั้นอีก จึงท้อใจคิดจะจบชีวิต ตัวเองเพื่อหนีจากโรคร้าย ตั้งใจจะเชือดคอ ตัวเองตาย

มารรู้วาระจิตของพระโคธิกะ จึงคิดว่า พระ รูปนี้ถือมีดโกน เตรียมพร้อมจะเชือดคอตัวเอง แสดงว่าหมดอาลัยในชีวิต หากพระรูปนี้เจริญวิปัสสนาในเวลา นี้ ย่อมสามารถบรรลุพระอรหัตได้ ถ้าเราห้าม เธอคงไม่เชื่อ ควรจะ ไปหาพระผู้มีพระภาค จึงแปลงเพศ เป็นมาณพหนุ่มเข้าไปกราบทูล พระพุทธองค์ว่า “ข้าแต่มหาวีระ ผู้มีบุญมาก รุ่งเรื่องด้วยฤทธิ์ ด้วย ยศ พ้นจากเวรภัยทุกประการ ข้าพระองค์ขอถวายบังคมแทบพระ- บาท บัดนี้สาวกของพระองค์ คิดจะฆ่าตัวตาย ขอพระองค์จงไป ห้ามเขาเถิด” พระพุทธองค์ทรงทราบว่า มาณพนี้คือมารปลอมมา จึงตรัสว่า “ปราชญ์ทั้งหลายนั้นแล ไม่อาลัยในชีวิต บัดนี้ โคธิกะได้ ถอนตัณหาพร้อมทั้งราก ดับสนิทแล้ว”

 พระพุทธองค์ตรัสว่า “มารเอย เจ้าจะต้องการรู้สถานที่เกิดของ โคธิกะทำไม คนอย่างเจ้าไม่มีทางพบ ทางไปของปราชญ์ผู้สมบูรณ์ ด้วยปัญญา ยินดีในฌาน พากเพียรทั้งกลางวันกลางคืน หมดอาลัย ในชีวิต ชำระเสนาแห่งมฤตยูแล้ว ไม่มีภพใหม่อีกต่อไป เพราะได้ ถอนตัณหาได้โดยสิ้นเชิง ดับสนิทแล้ว”

 มารสดับพระพุทธดำรัสดังนี้ จึงตกใจ เสียใจ พิณหลุดจากรักแร้ อันตรธานหายวับไปในบัดดล

นุน

Published in Zone 1

52. ปางโปรดพราหมณ์เฒ่า

พราหมณ์เฒ่านิรนาม แห่งเมืองสาวัตถี อดีตเป็นคหบดีมั่งมีทรัพย์ แปดร้อยล้านกหาปณะ มอบให้ลูกๆ ไปหมด เลยตกระกำลำบาก เพราะลูกๆ (ลูกสะใภ้) ไล่ออกจากบ้าน ท้ายที่สุดต้องมาขอพึ่ง พระมหากรุณาของพระพุทธองค์  พระพุทธองค์ทรงปลอบใจให้เขา คลายทุกข์โศก แล้วตรัสว่า “พราหมณ์ ท่านจงท่องคาถาที่ตถาคต ให้นี้ให้ขึ้นใจ เมื่อได้โอกาสเหมาะ ให้ไปท่องให้ที่ประชุมสภาฟังแล้ว ทุกอย่างจะเรียบร้อย”

(คาถา) “ข้าเลี้ยงลูกชายเหล่าใดมา หวังความเจริญเพลิดเพลินใจ ลูกชายเหล่านั้นพอถูกเมียยุยง ไล่พ่อมันดุจหมาไล่สุกร... ไม้เท้าของ ข้า ประเสริฐกว่าไอ้ลูกอกตัญญูทั้งหลาย ..เมื่อพลาดล้ม ก็อาศัยไม้ เท้า ยันลุกขึ้นได้”

 บุตรชายทั้งสี่ของพราหมณ์อดรนทนไม่ได้ จึงก้มลงกราบแทบเท้า บิดา กล่าวขอขมา พร้อมรับปากกับที่ประชุมว่า จะนำบิดากลับไป ดูแลอย่างดี ... พราหมณ์เฒ่ารู้สำนึกในพระมหากรุณาของพระบรม ศาสดา ได้ประกาศตนนับถือพระรัตนตรัย ถวายทานแก่ภิกษุสงฆ์ เป็นประจำ จนตลอดชีวิต

Published in Zone 1

51. ปางโปรดธิดาช่างหูก

เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จเมืองอาฬวีครั้งแรก ทรงแสดงธรรมอัน ปฏิสังยุต (แปลว่า เกี่ยวกับ) ด้วยความตายว่า ชีวิตมนุษย์เรา ไม่ แน่นอน ความตายนั่นแหละแน่นอน เกิดมาแล้วต้องตายกันทุกคน เพียงไม่รู้ว่าจะตายวันไหน เวลาไหนเท่านั้น ขออย่าได้ประมาทใน ชีวิต ให้เจริญมรณัสสติไว้ให้ดี

ธิดาช่างหูกมีโอกาสไปฟังธรรมด้วย รู้สึกซาบซึ้งในพระธรรมเทศนา จึงเจริญมรณัสสติเสมอมา จนเวลาล่วงไปถึงสามปี พระพุทธองค์ก็ เสด็จไปโปรดชาวเมืองอาฬวีอีกครั้ง ..พระพุทธองค์ประทับนิ่งไม่ตรัส อะไร แก่บริษัทที่นั่งล้อมอยู่ พระองค์ทรงเอี้ยวพระศอมาทอดพระ- เนตรนาง คล้ายกับว่าทรงรอการมาของนาง นางเห็นดังนั้นก็มีความ ปลาบปลื้มเหลือประมาณก้มลงกราบถวายบังคมด้วยความนอบน้อม พระพุทธองค์ตรัสถามว่า “กุมาริกา เธอมาจากไหน” “ไม่ทราบ พระเจ้าข้า” นางตอบ “เธอจะไปไหน” ตรัสถามต่อ “ไม่ทราบ พระ- เจ้าข้า” “เธอไม่ทราบหรือ” “ทราบ พระเจ้าข้า” “เธอทราบหรือ” “ไม่ทราบ พระเจ้าข้า” คำกราบทูลของนาง ทำให้ประชาชนที่นั่งอยู่ หงุดหงิดใจ ถึงกับตำหนินางที่มาพูดเล่นลิ้นกับพระพุทธองค์ จน กระทั่งปริศนาธรรมถูกเปิดเผย ทำให้ประชาชนตะลึง ไม่นึกว่าธิดา ช่างหูกตัวเล็กๆ คนนี้จะมีปฏิภาณหลักแหลมและเข้าใจหลักธรรมถึง เพียงนี้ 

จบพระธรรมเทศนา ธิดาช่างหูกได้บรรลุโสดาปัตติผล

Published in Zone 1
Page 1 of 7

เนื้อหาเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า

เรียนรู้พุทธประวัติจากภาพวาดพุทธประวัติอันทรงคุณค่าของบรมครูเหม เวชกร นอกจากนี้ยังสามารถศึกษาพุทธประวัติได้จาก "พระพุทธจริยวัตร 60 ปาง"

ศึกษาเพิ่มเติมได้จากเนื้อหาในโซนที่ 1  Read more

เนื้อหาเกี่ยวกับพระธรรม

ในโซนที่ 2 ทางพิพิธภัณฑ์ฯ ได้นำหลักธรรมที่เป็นหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนามาแสดงไว้ให้เป็นแรงบันดาลใจในการอยากค้นคว้าหาความรู้ที่ถูกต้องยิ่ง ๆ ขึ้นไป

ศึกษาเพิ่มเติมได้จากเนื้อหาในโซนที่ 2 Read more

หลักปฏิบัติเพื่อความเป็นพระอริยบุคคล

บริเวณโซน 10 ทางพิพิธภัณฑ์ฯ ได้คัดสรรหลักธรรมปฏิบัติเพื่อการบรรลุความเป็นพระอริยบุคคลของครูบาอาจารย์สายพระวัดป่า ผู้ที่ได้รับความยอมรับนับถือว่ามีปฏิปทาและได้ปฏิบัติธรรมอย่างอุกกฤษ Read more

พระอรหันต์ 29 องค์

โซน 12 เป็นโซนที่แสดงถึงความสำเร็จของพระอริยสงฆ์ ที่สามารถปฏิบัติธรรมจนสำเร็จชั้นการเป็นพระอรหันต์ 29 องค์ เพื่อมาให้ประชาชนได้กราบไหว้บูชา ได้ถือรายนามเดียวกันกับที่แสดงในพระเจดีย์ 28 พระอรหันต์ ที่วัดอโศการาม  Read more

You are here: Home Navigations Floor 1 Plan พุทธจริยวัตร